Logistics

มิติใหม่ของวงการโลจิสติกส์ รวดเร็ว ตรวจสอบได้ ราคาประหยัด

ในยุคที่การเดินทางสะดวกการสื่อสารก้าวไกลมากๆ เราได้เห็นการเกิดขึ้นของผู้ให้บริการส่งของ ไม่ว่าจะเป็นบริการจัดส่งพัสดุ  บริการส่งของด่วน บริการโลจิสติส์  ที่ให้บริการครอบคลุมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ บริการเหล่านี้สามารถลดระยะเวลานำส่งสินค้า และ สิ่งของจากต้นทางไปปลายทางได้ตั้งแต่การการันตีของใน 1 ชั่วโมง ถึงใน 24 ชั่วโมง หรือรับประกับส่งถึงปลายทางที่ต่างประเทศใน ภายใน 2 – 7 วันทำการ

Logistics

สำหรับบริษัทโลจิสติกส์นั้น มีหลากหลาย และมีหน่วยให้กระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย และยังกระจายอยู่ทุกทวีป ทั้งยังพร้อมบริการ แพคกิ้ง(Packing) เพื่อทะนุถนอมสินค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ทั้งบริการเสริมประกันภัยสินค้าตามมูลค่าจริง เพื่อบรรเทาความเสี่ยงต่อสินค้าชำรุด เสียหายหรือสูญหาย ท่านสามารถติดตามสถานะการนำส่งแบบ Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์ และศูนย์บริการ Contact Center ทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ผู้ส่งอุ่นใจได้ว่าสิ่งของนั้นจะไปถุงผู้รับในสภาพสมบูรณ์

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของบริการส่งของ โดยผู้ให้บริการเอกชน นั้นคือการมีเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วโลก และมีปริมาณการขนส่งต่อวันที่สูง ทำให้ มีราคาประหยัดกว่าที่อื่น บริการของเราจะช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันทางธุรกิจให้สูงขึ้น

ปัจจุบันหากจะแบ่งบริการส่งของไปต่างประเทศ ที่ให้บริการโดยผู้ประกอบการเอกชน น่าจะบางออกเป็น 2 บริการตามความเร่งด่วนดังนี้

  1. บริการส่งพัสดุไปต่างประเทศด่วนพิเศษ (International Priority Express: IP) ระยะเวลาการนำส่ง 1 – 3 วันทำการ ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาในการเดินพิธีการศุลกากร
  2. บริการส่งพัสดุไปต่างประเทศด่วนพิเศษแบบประหยัด (International Economy Express: IE) ระยะเวลาการนำส่ง 3 – 7 วันทำการ ทั้งนี้ไม่รวมระยะเวลาในการเดินพิธีการศุลกากร

สำหรับเงื่อนไขการจัดส่งพัสดุด่วนระหว่างประเทศ ผู้ให้บริการแต่ละรายจะกำหนดเงื่อนไขเฉพาะเอาไว้ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขเบื้องต้นมี อาทิ   ไม่จำกัดจำนวน และน้ำหนักการส่งต่อครั้ง ขนาดของกล่องพัสดุภัณฑ์ต้องไม่เกิน ที่กำหนด  ไม่จัดส่ง สินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท และวัตถุอันตราย  การนำส่งของเหลว น้ำยา สารเคมี ต้องแสดงเอกสารประกอบรับรอง (MSDS) จากผู้ผลิตแนบไปกับสินค้าที่จะจัดส่ง  การนำส่งสินค้าไปต่างประเทศทุกชนิด ต้องผ่านพิธีการนำเข้าศุลกากรที่ประเทศปลายทาง ซึ่งอาจมีค่าภาษีนำเข้าเกิดขึ้นที่ประเทศปลายทาง  ในกรณีที่เกิดค่าภาษีปลายทาง ผู้รับปลายทางจะต้องเป็นผู้เสียภาษีขาเข้าของปลายทางนั้นเอง  กรมศุลกากรของประเทศปลายทางเรียกเก็บค่าภาษีนำเข้า ตามเปอร์เซ็นของแต่ละพิกัดสินค้า และอัตราค่าภาษี ขาเข้าของแต่ละประเทศนั้นต่างแตกกัน

สำหรับการประกันสินค้า  เพื่อประกันสินค้าเกิดสูญหายหรือเสียหาย หากลูกค้า ต้องการทำประกันเพิ่มเติมสามารถซื้อประกันเพิ่มในมูลค่า เป็นเงินตามที่ผู้ให้บริการกำหนด  การเคลมประกันขนส่งในกรณีสูญหายเสียหาย ลูกค้าต้องมีการแจ้งเข้ามาในเวลาที่กำหนด ไปถึงปลายทางเรียบร้อยแล้ว ต้องมีรูปภาพในกรณีที่สินค้าเสียหายจากการขนส่งโดยสภาพที่สินค้าที่เสียหายนั้น ยังคงอยู่ในแพคเกจเดิมที่ขนส่งจากต้นทางมาสู่ปลายทาง